| ออกเดินทางไปเขาค้อโดย นัดเจอกันที่บ้านพี่เมย์(เพื่อนพี่นิก) เวลา 7 โมง ต้องขอแนะนำสมาชิกก่อน เริ่มจากพี่นิก พี่ที่ออฟฟิตที่ชวนแนนกับเกนไปเที่ยวในครั้งนี้ แนน ทำงานที่เดียวกันกับ พี่นิก และเกน..............นอกนั้นเราก็ค่อยไปทำความรู้จักกัน ไปเที่ยวครั้งนี้เป็นทริปประหยัดสมาชิกร่วมทริปเป็นเพื่อนของพี่นิก ที่จะนัดไปเที่ยวกันอยู่บ่อยครั้ง(จากที่แอบฟัง) จุดประกายในการจัดทริปครั้งนี้เพราะ ได้ยินคำบอกเล่า แล้วก็มีเพื่อนเคยไปแล้วบอกว่าโอเค คำบอกเล่าที่ว่านั้นก็คือ ที่เขาค้อนี้ เปรียบเสมือนสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย ทริปนี้ไปกันทั้งหมด 3 วัน 2 คืน คือวันที่ 8 - 10 ธันวาคมนี้ จะค่อยๆทะยอยเล่านะคะ เริ่มจากวันนี้วันที่ 8 ธันวาคม อัพเป็น 3 หน้าเลยนะคะ ใจเย็นๆ มาเริ่มเล่ากันต่อเลยดีกว่า.............. ถึงเวลา 7 โมง แนนและเกนก็มายืนรอที่หน้า Famiry mart ลาดพร้าว35 จากนั้นพี่นิกก็โผล่มา พาเดินไปถึงบ้านพี่เมย์ ไปถึงก็เจอรถตู้ จอดรอพวกเรา พร้อมเดินทาง...ขาดก็แต่สมาชิกไม่ครบ   รีทัชสุดริดภาพนี้........อิอิ สักพักสมาชิกก็ครบเราเริ่มออกเดินทางกันประมาณ 7 โมงครึ่ง โดยมีกำหนดการว่าจะแวะกินข้าวแกงที่...อยุธยา โดยแนนก็ไม่รู้หรอกว่า อะไรยังไง ดียังไง ไปตามๆเค้า ไม่เรื่องมากแล้วเราก็มาหยุดกินข้าวแกง บ้านสวน แนนพี่นิกและเกน นั่งหลังสุด  ภาพทางหน้าร้านอาหารกับของที่วางโชว์ในร้าน ถึงร้านข้าวแกงแล้ว ขอบอกว่าคนเยอะมาก........ต้องไปต่อคิวแย่งสั่งกับข้าวกันเลยทีเดียว จนแล้วจนรอดก็ได้กิน อยากบอกว่า อาหารก็งั้นๆ ไม่เห็นต่าง หรือว่าอร่อยกว่าข้าวแกงทั่วไปเลย เผลอๆบางอย่างไม่อร่อยด้วย แต่ต้องตามคอนเส็ป ไม่เรื่องมาก มีกินก็พอ จากนั้นจุดมุ่งหมายต่อไปของเราก็คือ ทุ่งทานตะวัน .........นั่งๆรถมาก็หลับๆตื่นๆกัน จนผ่านเห็นทุ่งทานตะวัน ทุกคนฮือฮามาก แต่แล้ว.แต่แล้ว แต่แล้ว มันก็ผ่านไป พี่คนขับ ขับเลย ทุ่งไป ทีแรกก็คิดกันว่า สักพักคงมีทุ่งอื่นให้แวะถ่ายอีก แต่ปรากฏว่ามีแต่ทุ่ง ที่ดอกทานตะวันเหี่ยวเฉาหมดแล้ว สรุปว่าอด เราเลยคิดกันว่า เอาไว้แวะวันกลับก็แล้วกัน ทีนี้.....เราจะเดินทางไปที่พักเลยเหรอ ไม่ซิ...พี่ๆแต่ละคนเลยมองหาที่เที่ยว จนตอนแวะเข้าห้องน้ำ มีคนแนะนำว่าไปอีกนิด ทางซ้ายจะมีเป็น อุทยานประวัติศาสตร์เมืองศรีเพชร แล้วเราก็เลยตัดสินใจไปแวะที่นั้นกัน   ในเวลาประมาณ 12.30 น. เสียค่าเข้าชมทั้งสิ้น 140.-บาท ภายในอุทยานเป็นเมืองโบราณที่สวยงาม และยังมีวัตถุโบราณ ซากโครงกระดูกของผู้หญิงโบราณที่มีความสูงถึง 180 ซม. บรรยากาศเงียบสงบ จนบางครั้งก็ดูวังเวงจน น่าขนลุก ที่นี่อากาศร้อนมาก ไม่เหมือนกับเป็นฤดูหนาวเลย (แอบเอาข้อความมาจากพี่เมย์)    เที่ยวกัน ถ่ายรูปกัน จนเลยเวลาไปเยอะ ทำให้เดินทางช้าไปมาก ออกเดินทางออกจากอุทยานประมาณ 15.00 น. แถมไม่ได้กินข้าวกันสะที พอตอนเย็นเริ่มขึ้นเขาก็เลยหิว แวะกินข้าวระหว่างทาง ถ่ายรูปนิดหน่อย (นู๋แนนเป็นคนถ่ายให้พี่นิกกับเกน แอบขอไม่ลงเพราะรูปเยอะมาก ขี้เกียจโหลดละ) ช่วงขึ้นเขาเป็นอะไรที่ทรมารใจมากๆเพราะว่า หวาดเสียว ทุกคนต่างภาวนา เพราะว่ารถเจ้ากรรมที่เอามา เวลาขึ้นเขาเสียมันดังมาก เหมือนรถไม่มีแรงขับเคลื่อน อะไรประมาณนั้น น่ากลัวเป็นที่สุด แต่เราก็มาถึงนี่แล้ว จะถอยก็กระไรอยู่ พอถึงร้านอาหาร ที่ก็ว่าจะหาได้ ....ยากมาก เพราะระหว่างทางมา แทบจะไม่มีบ้านคนสะด้วยซ้ำ จากนั้นเราก็กินข้าวกันอย่างหิวโซ ทานเสร็จก็เดินทางกันต่อ ขึ้นเขากันหวาดเสียวกันไป ระหว่างทางนั้น มีเรื่องตื่นตาตื่นใจตรงที่ "เนินมหัศจรรย์" เห็นจากป้ายข้างทาง ว่าอีก 100 ม. แนนก็เลยตั้งหน้าตั้งตาดูมากๆ ว่ามันจะมหัศจรรย์ยังไง แต่แล้วก็ปิ้วกันไป เพราะว่า ไม่รู้มันตรงไหน แต่เห็นป้ายว่า ให้ใส่เกียร์ว่าง แล้วรถจะสามารถวิ่งเองได้อะไรประมาณนี้ ข้อความจากพี่เมย์ "“เนินมหัศจรรย์” เนินนี้เป็นเนินที่ต้องลองทดสอบคือให้ปลดเกียร์ว่างตรงบริเวณเนิน แล้วรถจะไหลขึ้นเนินไปเอง ซึ่งที่จริงแล้ว มันเป็นแค่ภาพลวงตาที่เรามองเห็นเป็นเนินเท่านั้นเอง" และแล้วก็เดินทางมาถึงที่พักถึงประมาณ 1 ทุ่ม เฮ่อ.....ชีวิตวันนี้ทั้งวัน อยู่ในรถเป็นส่วนมาก  พอถึงที่พักก็ ทำโน่นนี่ เดินดูเล็กน้อยเพราะว่ามืดแล้ว แล้วก็เริ่มกินเบียร์กัน นั่งเล่นนั่งคุยตรงระเบียง ได้บรรยากาศดี อากาศกำลังเย็นสบายประมาณ 15 องศา เฮ่อ..............อยากบอกว่าชอบจัง คิดถึง.......(รู้ใช่มะว่าใคร อิอิ) แต่ก็ควรจะอยู่กับคนตรงนี้มากกว่าจะมัวโทรไปคุย...........อากาศมันช่างเย็นสบายจิงๆ ปิดไฟ หน่อยเห็นดาวเต็มท้องฟ้า แนนชอบดูดาวแบบนี้มากเลยละ คิดว่าอยากจะไปนอนในทุ่งโล่ง ดูดาว แต่ไปคนเดียวก็ดัดกลัว......... เลยไม่ได้ทำแบบนั้นสะที มาที่นี่ ได้นั่งคุยดูดาว รู้สึกชิวๆ สบายๆ ดีมากๆเลย อยากให้มาด้วยกันนะคะ (ไว้ไปกันนะ นะ น้าาาา) จบวันแรกแล้วค่ะ ปล. พี่อิกบอกว่า ไม่ไปหรอกนั่งรถนานเกินไม่ไหว T_T เช้าวันใหม่สดใส(กว่า) อากาศเย็นสบาย ตั้งนาฬิกาตื่นมาตั้งแต่ ตี5 และรอบสอง ตี5ครึ่ง ฟ้าก็ยังไม่สว่างสะที ก็เลยลุกๆนอนๆ สักพักก็รู้สึกว่า นะ มันเหมือนจะเริ่มสว่างละ มีแสงส้มๆปลายขอบฟ้าละ แต่ว่าก็ยังน้อยอยู่ดี แต่เอะ!!!~ เราจะมาดูทะเลหมอกนิ .........................ไหนละทะเลหมอกของเรา ไม่เป็นไร ถ่ายรูปวิวต่อไป แอบหวังวันพรุ่งนี้เล็กน้อย แต่น้อยจริงๆเพราะคิดว่าคงไม่มีแฮะ มาดูรูปตอนเช้าดีกว่า
 ก็สวยอยู่น้าาา.....แค่ไม่เท่ากับที่หวังไว้    เริ่มถ่ายรูปกัน ส่วนมากจะเป็นคนถ่ายมากกว่าเลยไม่ค่อยมีรูป แต่เราก็ยังมีกล้องนิคอนตัวเก่งของเรา มาถ่ายตัวเอง (พี่อิกบอกว่า ดูแล้วมันรันทนชีวิต) แต่เราว่าดีออก ถ่ายตัวเอง ดีกว่า สวยกว่าแค่มันหน้าเต็มจอไปนิดเท่านั้น อิอิ 
 สองภาพนี้ ถ่ายตัวเองหลังจากที่ไปแอบโป๊ะ มาแล้ว คิคิคิ ไม่โป๊ะ ก็ต้องรีทัช T_T เสื้อตัวนี้เอามาเพื่อถ่ายรูปสวยเลยนะเนี่ย สวยมะหว่า เอานะ ได้แค่นี้ก็บุญละ ....ตัวเองพอใจละ คิคิ จากนั้นก็ถอดเสื้อออกเพราะว่าร้อนมาก แล้วก็ไปถ่ายรูปเล่นรวมกัน เริ่มจากที่บ้านพัก แล้วก็ตะลอนๆไปที่เดินเขา แต่ก่อนจะไปถ่ายบนเขากันก็จะมานั่งกินข้าวกันหน้าบ้านก่อน โดยที่ป้าทางรีสอร์ททำมาให้กินกัน กินกันอิ่มหน่ำสำราญ     แล้วก็เลยชวนพี่นิกกับเกนไปถ่ายกันที่เนิน
  
โปรดสังเกตนางแบบจำเป็นของเรา อิอิ น่ารัก!!! (นู๋แนนยังมีแฟนเป็นผู้ชายนะ)   
    ขอบอกว่า บนเนินเขา สวยมาก!! มองไปได้รอบๆ กว้างมากๆ นั้นแหละทีแนนรู้สึกสวย มันปลอดโปร่ง เย็นสบาย กว้างสุดลูกหูลูกตา ชอบจัง อยากนั่งมองนานๆ แต่ก็..........ด้วยความบ้ากล้องก็เลยชวนพี่นิกกับเกน ถ่ายรูป เหมือนเดิม ส่วนมากก็จะถ่ายเค้า แต่ก็มีขาตั้งกล้องมา เลยชวนกันถ่าย 3 คน วิ่งเข้ากล้องจนเหนื่อย      ถ่ายไปก็สนุกสนานเฮฮามาก มีความสุขมากเลย จากนั้นก็เรียกกันไปขึ้นรถเดินทางไปเที่ยวต่อ    แต่.... ก่อนขึ้นรถก็เรียกถ่ายรูปสะหน่อย แต่ย้อนแสงโครตๆ :P อยากถ่ายย้อนเองเป็นไงละ !! แล้วเราก็มาถึงที่ พระตำหนักเจาค้อ   
  
   รู้สึกถ่ายรูปที่พระตำหนักมาน้อยไงไม่รู้ซิ แต่จริงๆก็ถ่ายเนอะนินา แล้วก็เดินทางต่อมาที่ น้ำตกศรีดิษฐ์   อันนี้รูปน้ำตกเต็มๆ พาโลต่อกันขี้เกียจทำละ ขอโทษนะคะ น้ำตกสวยมากๆ เดินเล่นกัน ถ่ายรูปไป รูปเยอะมาก แต่เอามาลงแค่นี้พอละกันนะคะ ^^      เกิดคู่รักขึ้นที่น้ำตกศรีดิษฐ์รึเปล่า................. เรารักน้ำตกศรีดิษฐ์ ทำไมเรารักน้ำตกอันนี้ต้องอ่านต่อไป คิคิ จากนั้นเราก็เดินดูของหน้าน้ำตกสักพักนึงแล้วก็เดินทางต่อไป ไปที่ ฐานอิทธิ ที่นี่ไม่ค่อยได้โหลดรูปมาให้ดู นะคะ   แต่ที่นี่มีอะไรพิเศษสำหรับแนน เกน พี่นิก คือ เราลงไปนอนถ่ายกันที่พื้น มีมีอีกรูปที่อยากเอามาลงตอนนอนถ่าย แต่พอดีเกนตกขอบเลยไม่เอาดีกว่า จากนั้นเราก็เดินทางต่อโดยแวะที่วัด(อะไรสักอย่าง)   มีให้จดเทียนแล้วเวียนเทียน แต่แนนละเอ๋อมากๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไรมาก ก็เลยจุดเทียนแล้วก็ไหวเลย ระหว่างไหว อยู่ๆไฟเทียนก็เหมือนโดนเป่า ตกใจหมดเลยอะ แต่ก็ไม่มีอะไร พอไหวเสร็จก็เลยเดินไป หยอดเหรียญลงบาตร์โดยรอบ พอเดินออกมาก็มา เคาะระวังให้กังวาลแล้วก็เดินทางขี้รถกลับที่พักกัน โดนระหว่างทางก็เพลียกันมากๆ แต่อยู่ๆรถก็วนมาที่น้ำตกอีก......ไม่เป็นไรคิดว่าคงทางผ่าน สักพักก็วนมาอีก เอะยังไง พวกเราหลงทาง!!! ทีนี้ไม่เป็นอันนอนละ ต่างคนเริ่มมองเส้นทาง...วุ่นวาย เทียงกันว่าเลยมาแล้ว หรืออะไรยังไง จนพี่เต๋อต้องลงไปถามทาง แต่แล้วเราก็กลับมาถึงที่พักได้ ซึ่งฟ้าก็มืดไปแล้ว เราก็เลยเดินมกินเบียร์ คุยกัน วันนี้ทุกๆคนนอนกันเร็วแต่แนน เกน พี่นิก นานกันปาเข้าไป ตี4 เพราะมัวแต่คุยแล้วก็มองดาวตก กันวันนี้เป็นคืนที่ได้บรรกายาศ อารมณ์แล้วก็ได้คุย อะไรหลายๆอย่าง สนุกดี ปล. ขอบอกว่า สวยแบบนี้ ถูกอีกตะหากนะคะ แต่ว่าใครติดดินไม่เป็นนี่ก็คงอย่าเลยค่ะ น้ำอุ่นไม่มี ไฟฟ้าตัดตอน 6 โมงเช้า เปิดมะไรไม่รู้เพราะมาถึงดึกตลอด อิอิ ราคาห้องพักละ 700 บาทค่ะ     มีลืมกลับภาพนิดหน่อย คิคิ ตอนเช้า ตื่นมาพระอาทิตย์ก็ขึ้นเป็นลูกแล้ว แต่พี่ๆเค้าบอกว่าสวยกว่าเมื่อวาน แต่นู๋แนนตื่นไม่ทันน่าเสียดายเลยได้มาแค่นี้ แล้วก็ค่อยๆตื่นตามกันมา เกน อาบน้ำต่อจากแนน ขณะที่พี่นิกยังคงขอนอนต่อไปเรือ่ยๆ ระหว่างนั้น แนนก็เอากางเกง ที่คุณแม่ซื้อให้ กะจะมาใส่ที่นี่ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ ใส่กางเกงยืนขายาวเหมือนเดิม พอเกนแต่งตัวเสร็จ    ก็เลยชวนเกนไปเดินถ่ายรูปกันถ่ายๆแถวๆระเบียงแล้วก็เลยไปถ่ายที่หน้ารีสอร์ทแล้วก็เลยไปเจอเจ้าแมวตัวนี้ เลยถ่ายมาสะเลย คิคิ รวมทั้งภาพรีสอร์ทที่เราพักบ้าน ได้บรรยากาศชอบมาก   
   แล้วก็เลยไปเจอเจ้าแมวตัวนี้ เลยถ่ายมาสะเลย คิคิ รวมทั้งภาพรีสอร์ทที่เราพักบ้าน ได้บรรยากาศชอบมาก    ขั้นนิดนึง นี่คืออาหารเช้าของเรานะคร้าบ.. เข้ามากินหลังจากถ่ายรูปเสร็จ แต่ก็ยังคงออกไปถ่ายต่อ ถ่าย ถ่ายกล้องแคนนอนเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทาง เลยฝากให้เกนช่วยถ่ายภาพ(ด้านล่าง) เสร็จก็วิ่งขึ้นรถเลย  ต่อจากนั้นเราก็เดินทางต่อ...ไปที่ หมู่บ้านเข็กน้อย คาดว่าจะไปดูวิถีชีวิตของชาวเขา   แต่เราก็พบว่า เหมือนตลาดนัดกรุงเทพ แบบว่าขายของมือสอง เป็นเมืองมากๆ แต่ยังไงเราก็มาแล้วก็เลยเดินเข้าไป เห็นเด็กๆ บ้าง ผู้ใหญ่บ้าง แต่ตัวชาวเขา น่ารักดี ก็เลยแอบถ่ายมา น้องๆหลบกล้องกันเป็นแถว...มีหลายช๊อตที่อย่างถ่ายแต่มือไม่ทัน พลาดไป   จากนั้นพอเดินๆไปก็ไปเจอกลุ่มการละเล่นนึง ก่อนหน้าเดินมาตรงนี้ก็มี ลูกกลมๆขาย แต่เราก็ไม่รู้ว่าไว้ทำอะไร ได้ยินแว๊วๆ เท่านั้น ว่ามันเป็นของที่ใช้ในการหาคู่ แนนยืนถ่ายๆ อยู่พอหันกลับมา เกนกับพี่นิกก็หายไป แอบไปถ่ายรูปกันสองคนทิ้งเรา T_T ก็เลยเดินตามกลุ่มพี่เมย์ไป ไม่นานก็เดินไปที่รถ แต่ด้วยคนยังไม่ครบ เลยยืนรอกันริมถนน แล้วพอพี่เอ พี่เต๋อ พี่นิก เกน มาก็ขึ้นรถ ทีนี้ก็มุ่งหน้ากลับกรุงเทพกัน โดยมีแวะปั้ม ตลอดทาง.... ระหว่างทางนั้นมีปั้มอะไรไม่รู้ ซื้อก็เป็นที่ที่เราแวะซื้อของฝาก ก่อนถึง มีป้ายว่า สุดยอดส้วม !! พอไปถึงก็เลยต้องพิสูทธ์ แล้วก็ อืมม สวยดีๆ ห้องน้ำหรูหราไฮโซ แต่ว่า...กล้องเราแบทหมดเลยอดถ่ายมาให้ดู ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ก็เลยมีเรื่องเล่าและภาพมาให้ดูกันนี่แหละค้า.............. |